BYD Seagull รุ่นที่ 2 มีกำหนดเปิดตัววันที่ 20 ตุลาคมตามรายงานในจีน
BYD Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ถูกรายงานว่าจะเปิดตัวในจีนวันที่ 20 ตุลาคม ตัวรถยาวขึ้น 425 mm และมีมอเตอร์กำลังสูงขึ้น ยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ
14 ต.ค. 2569, 18:50 น.
สเปกทั้งหมด
- ความยาว
- 4,205 mm
- ความกว้าง
- 1,810 mm
- ความสูง
- 1,570 mm
- ระยะฐานล้อ
- 2,650 mm
- กำลังมอเตอร์สูงสุด
- 95 kW (127 แรงม้า)
- ขนาดแบตเตอรี่
- 30 และ 39.2 kWh
- ระยะทาง CLTC
- 320 ถึง 420 กม.
- ชาร์จจาก 10% ถึง 97%
- 9 นาที
- ความจุท้ายรถสูงสุด
- 1,380 ลิตร
- จำนวนที่นั่ง
- 5 ที่นั่ง
ค่าย BYD มีกำหนดเปิดตัว Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ในประเทศจีนในวันที่ 20 ตุลาคม ตามรายงานของสื่อจีน Yiche ที่อ้างข้อมูลจากทางบริษัท อย่างไรก็ตาม BYD ยังไม่ได้ประกาศวันดังกล่าวผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้บริษัทเพียงแจ้งว่ารุ่นนี้จะเปิดตัวก่อนสิ้นปี
รถรุ่นนี้เปิดรับจองล่วงหน้าในจีนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม โดยยังไม่เปิดเผยราคาในช่วงนั้น ข้อมูลวันเปิดตัวที่ปรากฏในรายงานล่าสุดจึงให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการอัปเดตรุ่นนี้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านขนาดและสมรรถนะ
ขนาดตัวถังและห้องโดยสาร
ตามเอกสารขึ้นทะเบียนก่อนหน้านี้กับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน Seagull รุ่นใหม่มีความยาว 4,205 mm กว้าง 1,810 mm สูง 1,570 mm และระยะฐานล้อ 2,650 mm เมื่อเทียบกับรุ่นแรก ตัวรถยาวขึ้น 425 mm และฐานล้อยาวขึ้น 150 mm จำนวนที่นั่งเพิ่มจาก 4 ที่นั่งเป็น 5 ที่นั่ง ทำให้ขนาดของรถใกล้เคียงกับ BYD Dolphin ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่ามากขึ้น
ด้านการออกแบบ ส่วนหน้าของรถได้รับการปรับใหม่และใช้ไฟแบบทรงไตรศูล มีให้เลือก 6 สีตัวถัง ภายในมีการเปลี่ยนแปลงทั้งห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของ เบาะหน้าปรับด้วยไฟฟ้าได้ เบาะคนขับมีฟังก์ชันนวด และมีช่องลมแอร์สำหรับแถวหลัง ช่องเก็บของด้านหน้ามีความจุ 94 ลิตร ส่วนท้ายรถรองรับสัมภาระได้สูงสุด 1,380 ลิตร
รายงานของ Autostation ซึ่งเผยภาพรถที่นำไปจัดแสดงตามโชว์รูมในจีนระบุว่าคันที่จัดแสดงไม่ได้ติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา ระบบช่วยขับขี่ DiPilot 300 ที่เรียกกันว่า God's Eye B เป็นตัวเลือกที่ต้องดูในรายละเอียดของรุ่นย่อยแต่ละรุ่น เพราะจากเอกสารขึ้นทะเบียน มีหนึ่งในสองรุ่นย่อยที่เลือกติดตั้ง LiDAR และชุดเรดาร์เพิ่มเติมได้
มอเตอร์และแบตเตอรี่
ทั้งสองรุ่นย่อยในเอกสารขึ้นทะเบียนใช้มอเตอร์แบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ให้กำลังสูงสุด 95 kW หรือ 127 แรงม้า เพิ่มขึ้นจาก 55 kW ของรุ่นเดิม ส่วนแบตเตอรี่เป็นชนิดลิเธียมเหล็กฟอสเฟต หรือ LFP ตามรายงานของ Autostation มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด คือ 30 kWh และ 39.2 kWh ระยะทางวิ่งอยู่ที่ 320 ถึง 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC หรือประมาณ 262 ถึง 344 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
รายงานยังระบุว่ารถรองรับการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 97% ได้ในเวลา 9 นาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้มาจากรายงานของสื่อไทยที่อ้างแหล่งข้อมูลอีกทอดหนึ่ง จึงควรรอข้อมูลทางการจากผู้ผลิตก่อนนำไปใช้อ้างอิง
ราคาและการจอง
รายงานระบุว่าผู้ที่สนใจสามารถจองรถได้ด้วยเงินจอง 2,000 หยวน หรือประมาณ 10,000 บาทตามที่รายงานระบุ สื่อไทยคาดการณ์ว่าราคาจำหน่ายจริงจะต่ำกว่า 100,000 หยวน หรือไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อกระตุ้นยอดขายทดแทนรุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นในจีนราว 350,000 ถึง 430,000 บาท
สำหรับรุ่นปัจจุบันปี 2026 ที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม ราคาอยู่ระหว่าง 69,900 หยวน ถึง 85,900 หยวน โดยระบบ LiDAR เป็นออปชันเพิ่มเติมในบางรุ่นย่อย ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาในจีนที่รายงานไว้ จึงยังไม่สามารถนำมาเทียบกับราคาที่จะจำหน่ายจริงในรุ่นใหม่ได้
ยอดขายที่ผ่านมา
Seagull เป็นรุ่นสำคัญในกลุ่ม Ocean ของ BYD โดยในปี 2025 ขายได้ 529,537 คัน และยอดสะสมตั้งแต่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2023 จนถึงสิ้นเดือนกันยายนปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.55 ล้านคัน ข้อมูลจาก CnEVPost ระบุว่าในเดือนกันยายนขายได้ 38,650 คัน เพิ่มขึ้น 11.75% จากปีก่อน และเป็นเดือนที่สองติดต่อกันที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ยอดขายรวม 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 265,901 คัน ลดลง 33.22% จากปีก่อน
แหล่งข่าวที่ใช้ในการเขียนข่าวนี้ไม่ได้ระบุแผนการเปิดขายในประเทศไทย จึงยังไม่มีข้อมูลยืนยันในขณะนี้ ผู้อ่านควรติดตามประกาศจากผู้ผลิตโดยตรงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นทางการ
ที่มา: CnEVPost, Autostation







