Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท
Audi RS 3 Sportback รุ่นใหม่จาก Audi Sport วางขายในไทยที่ราคา 5,959,000 บาท ใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า พร้อมการรับประกันรถใหม่ 5 ปี
17 ต.ค. 2569, 15:26 น.
สเปกทั้งหมด
- กำลังสูงสุด
- 400 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด
- 500 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม./ชม.
- 3.8 วินาที
- ราคาจำหน่ายในไทย
- 5,959,000 บาท
- ความเร็วสูงสุด
- 250 กม./ชม.
- ขนาดเครื่องยนต์
- 2.5 ลิตร
- จำนวนสูบ
- 5 สูบ
- แรงบิดสูงสุดที่ล้อหลังในโหมด Drift Mode
- 1,750 นิวตันเมตร
- ขนาดล้ออัลลอย
- 19 นิ้ว
- การรับประกันรถใหม่
- 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ค่าสีพิเศษเพิ่มเติม
- 100,000 บาท
Audi ประเทศไทยเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์พรีเมียมที่เน้นสมรรถนะสูง ล่าสุดเปิดตัว Audi RS 3 Sportback รุ่นใหม่จาก Audi Sport เป็นรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูที่ออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ควบคู่กับสมรรถนะระดับสนามแข่ง รุ่นนี้มีการปรับปรุงทั้งดีไซน์ภายนอก ห้องโดยสาร และระบบอำนวยความสะดวกหลายส่วน
รถวางจำหน่ายในประเทศไทยที่ราคา 5,959,000 บาท ผู้ซื้อได้รับความคุ้มครองภายใต้โปรแกรม Audi Protection โดยรับประกันรถใหม่เป็นเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Audi e-tron และรถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ทุกรุ่น มีการรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน
หัวใจด้านสมรรถนะ
เครื่องยนต์คือจุดสำคัญของรุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร แบบ TFSI ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Audi Sport ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ให้ทั้งการตอบสนองและเสียงเครื่องยนต์ที่แตกต่าง
ตามข้อมูลที่ให้ไว้ รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. กำลังถูกส่งไปยังล้อทั้งสี่ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ซึ่งช่วยกระจายกำลังให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกัน ตัวรถยังมาพร้อมช่วงล่าง RS Sport และระบบท่อไอเสง RS Sport
ระบบ RS Torque Splitter ทำหน้าที่กระจายแรงบิดระหว่างล้อหลังซ้ายและขวาตามสถานการณ์ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน ความคล่องตัว และความเสถียรขณะเข้าโค้ง โดยเฉพาะเมื่อขับในแบบสปอร์ต นอกจากนี้ยังมีโหมด Drift Mode ผ่านระบบ RS Torque Rear ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่ปิดหรือสนามแข่ง สามารถส่งแรงบิดไปยังล้อหลังด้านใดด้านหนึ่งได้สูงสุด 1,750 นิวตันเมตร
การออกแบบภายนอกและภายใน
ด้านหน้ามีไฟ Matrix LED ที่ปรับลายไฟได้ 4 รูปแบบ พร้อมไฟ Daytime Running Light ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายธงตาหมากรุก ผู้ขับสามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลผ่านหน้าจอ MMI รถยังมาพร้อมชุดแต่งภายนอกสี Glossy Black โลโก้ Audi Rings และชื่อรุ่นสี Glossy Black ช่วยเพิ่มความดุดันตามสไตล์ Audi Sport
ภายในห้องโดยสารปรับรายละเอียดให้สปอร์ตและพรีเมียมขึ้น พวงมาลัยใหม่หุ้มวัสดุ Dinamica microfiber มีแถบสีแดงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตกแต่งด้วย Inlay Matt Carbon Twill และมีกราฟิกเรืองแสงบริเวณแผงประตูในสไตล์ RS หน้าจอ Curved MMI Panoramic ขนาด 12.8 นิ้ว และหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น
เทคโนโลยีและระบบช่วยเหลือ
รถติดตั้งระบบเครื่องเสียง SONOS ระดับพรีเมียมที่รองรับเสียงแบบ 3 มิติ พร้อมกล้องรอบคันและ Parking Assist Plus สำหรับการจอดในพื้นที่จำกัด ด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มี Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรกฉุกเฉิน
ระบบอื่นที่ระบุไว้ ได้แก่ การแจ้งเตือนรถตัดผ่านด้านหน้าและด้านหลัง การเตือนเมื่อกำลังเปิดประตูโดยมีรถหรือผู้ขับขี่อื่นเข้ามาใกล้ ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง และระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ตัวรถใช้ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงประทับตรา RS
สีตัวถังและราคา
มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี แบ่งเป็นสีมาตรฐาน 3 สี ได้แก่ Progressive Red แบบเมทัลลิก, Kyalami Green แบบโซลิด และ Mythos Black แบบเมทัลลิก ส่วนสีพิเศษ 2 สี ได้แก่ Daytona Grey แบบเอฟเฟกต์เพิร์ล และ Kemora Grey แบบเมทัลลิก มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 100,000 บาท
ราคาเริ่มต้นของรุ่นนี้อยู่ที่ 5,959,000 บาท ข้อมูลที่ได้รับระบุเพียงราคาจำหน่ายและเงื่อนไขการรับประกัน ยังไม่มีข้อมูลเรื่องโปรโมชันหรือข้อเสนอพิเศษในช่วงเปิดตัว ผู้สนใจควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์






