เกียร์ว่าง
รถใหม่

Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท

Audi RS 3 Sportback รุ่นใหม่จาก Audi Sport วางขายในไทยที่ราคา 5,959,000 บาท ใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า พร้อมการรับประกันรถใหม่ 5 ปี

17 ต.ค. 2569, 15:26 น.

Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท รูปที่ 1
Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท รูปที่ 2
Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท รูปที่ 3
Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท รูปที่ 4
Audi RS 3 Sportback ใหม่ 400 แรงม้า วางจำหน่ายในไทยที่ 5,959,000 บาท รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Pierpao / Wikimedia Commons (CC0)
400แรงม้ากำลังสูงสุด
500นิวตันเมตรแรงบิดสูงสุด
3.8วินาทีอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม./ชม.
5,959,000บาทราคาจำหน่ายในไทย
สเปกทั้งหมด
กำลังสูงสุด
400 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด
500 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม./ชม.
3.8 วินาที
ราคาจำหน่ายในไทย
5,959,000 บาท
ความเร็วสูงสุด
250 กม./ชม.
ขนาดเครื่องยนต์
2.5 ลิตร
จำนวนสูบ
5 สูบ
แรงบิดสูงสุดที่ล้อหลังในโหมด Drift Mode
1,750 นิวตันเมตร
ขนาดล้ออัลลอย
19 นิ้ว
การรับประกันรถใหม่
5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ค่าสีพิเศษเพิ่มเติม
100,000 บาท

Audi ประเทศไทยเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์พรีเมียมที่เน้นสมรรถนะสูง ล่าสุดเปิดตัว Audi RS 3 Sportback รุ่นใหม่จาก Audi Sport เป็นรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูที่ออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ควบคู่กับสมรรถนะระดับสนามแข่ง รุ่นนี้มีการปรับปรุงทั้งดีไซน์ภายนอก ห้องโดยสาร และระบบอำนวยความสะดวกหลายส่วน

รถวางจำหน่ายในประเทศไทยที่ราคา 5,959,000 บาท ผู้ซื้อได้รับความคุ้มครองภายใต้โปรแกรม Audi Protection โดยรับประกันรถใหม่เป็นเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Audi e-tron และรถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ทุกรุ่น มีการรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน

หัวใจด้านสมรรถนะ

เครื่องยนต์คือจุดสำคัญของรุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร แบบ TFSI ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Audi Sport ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ให้ทั้งการตอบสนองและเสียงเครื่องยนต์ที่แตกต่าง

ตามข้อมูลที่ให้ไว้ รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. กำลังถูกส่งไปยังล้อทั้งสี่ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ซึ่งช่วยกระจายกำลังให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกัน ตัวรถยังมาพร้อมช่วงล่าง RS Sport และระบบท่อไอเสง RS Sport

ระบบ RS Torque Splitter ทำหน้าที่กระจายแรงบิดระหว่างล้อหลังซ้ายและขวาตามสถานการณ์ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน ความคล่องตัว และความเสถียรขณะเข้าโค้ง โดยเฉพาะเมื่อขับในแบบสปอร์ต นอกจากนี้ยังมีโหมด Drift Mode ผ่านระบบ RS Torque Rear ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่ปิดหรือสนามแข่ง สามารถส่งแรงบิดไปยังล้อหลังด้านใดด้านหนึ่งได้สูงสุด 1,750 นิวตันเมตร

การออกแบบภายนอกและภายใน

ด้านหน้ามีไฟ Matrix LED ที่ปรับลายไฟได้ 4 รูปแบบ พร้อมไฟ Daytime Running Light ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายธงตาหมากรุก ผู้ขับสามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลผ่านหน้าจอ MMI รถยังมาพร้อมชุดแต่งภายนอกสี Glossy Black โลโก้ Audi Rings และชื่อรุ่นสี Glossy Black ช่วยเพิ่มความดุดันตามสไตล์ Audi Sport

ภายในห้องโดยสารปรับรายละเอียดให้สปอร์ตและพรีเมียมขึ้น พวงมาลัยใหม่หุ้มวัสดุ Dinamica microfiber มีแถบสีแดงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตกแต่งด้วย Inlay Matt Carbon Twill และมีกราฟิกเรืองแสงบริเวณแผงประตูในสไตล์ RS หน้าจอ Curved MMI Panoramic ขนาด 12.8 นิ้ว และหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น

เทคโนโลยีและระบบช่วยเหลือ

รถติดตั้งระบบเครื่องเสียง SONOS ระดับพรีเมียมที่รองรับเสียงแบบ 3 มิติ พร้อมกล้องรอบคันและ Parking Assist Plus สำหรับการจอดในพื้นที่จำกัด ด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มี Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรกฉุกเฉิน

ระบบอื่นที่ระบุไว้ ได้แก่ การแจ้งเตือนรถตัดผ่านด้านหน้าและด้านหลัง การเตือนเมื่อกำลังเปิดประตูโดยมีรถหรือผู้ขับขี่อื่นเข้ามาใกล้ ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง และระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ตัวรถใช้ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงประทับตรา RS

สีตัวถังและราคา

มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี แบ่งเป็นสีมาตรฐาน 3 สี ได้แก่ Progressive Red แบบเมทัลลิก, Kyalami Green แบบโซลิด และ Mythos Black แบบเมทัลลิก ส่วนสีพิเศษ 2 สี ได้แก่ Daytona Grey แบบเอฟเฟกต์เพิร์ล และ Kemora Grey แบบเมทัลลิก มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 100,000 บาท

ราคาเริ่มต้นของรุ่นนี้อยู่ที่ 5,959,000 บาท ข้อมูลที่ได้รับระบุเพียงราคาจำหน่ายและเงื่อนไขการรับประกัน ยังไม่มีข้อมูลเรื่องโปรโมชันหรือข้อเสนอพิเศษในช่วงเปิดตัว ผู้สนใจควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด