Volkswagen พักการพัฒนา ID. Golf EV ท่ามกลางแรงกดดันทางการเงิน
โฟล์คสวาเกนพักการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ID. Golf โดยไม่กำหนดเวลา หลังกลุ่มบริษัทรายงานผลขาดทุนในไตรมาสสามและเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน
1 พ.ย. 2569, 09:01 น.
สเปกทั้งหมด
- ผลขาดทุนจากการดำเนินงานไตรมาสสาม
- 5.9 พันล้านยูโร ($6.5 billion)
- ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 2026
- 3,753,000 คัน
- กำหนดการเปิดตัวรถกอล์ฟไฟฟ้าที่ประกาศในปี 2028
- 2028
- การลดงานของกลุ่มตั้งแต่ปี 2024
- 100,000 ตำแหน่ง
- ส่วนต่างต้นทุนโรงงาน Wolfsburg จากเป้าหมาย
- 300 ล้านยูโร ($334.5 million)
- กระแสเงินสดสุทธิ 9 เดือนแรก
- 1.434 พันล้านยูโร ($1.60 billion) ลดลง 67%
กลุ่ม Volkswagen ยืนยันแล้วว่าการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากอล์ฟเจเนอเรชันที่เก้า ซึ่งคาดว่าจะใช้ชื่อ ID. Golf ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนดแน่นอน สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินภายในบริษัท การประกาศนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลประกอบการช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายนปี 2026 ซึ่งออกมาในทิศทางที่ไม่ค่อยดีนัก
เดวิด พาวเวลส์ ประธานฝ่ายการเงินของแบรนด์ Volkswagen กล่าวว่าสภาพตลาดยังท้าทายอย่างมาก และรายการพิเศษบางรายการก็กดดันผลการดำเนินงาน เขาระบุว่าการพักงานพัฒนา ID. Golf ที่แบรนด์ Volkswagen เป็นมาตรการชั่วคราว จนกว่าบริษัทจะมีเงินลงทุนที่จำเป็นอย่างมั่นคง
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าดี แต่กำไรยังไม่ถึงเป้า
ผู้บริหารการเงินระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่อัตรากำไรของรถกลุ่มนี้ยังต่ำกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ทำให้สัดส่วนรถ BEV ที่เพิ่มขึ้นกลับสร้างแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะนี้ บริษัทจึงกำลังทำงานเรื่องต้นทุนผลิตภัณฑ์ การประหยัดจากขนาดการผลิต และโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้ เพื่อให้รถไฟฟ้ามีกำไรเพียงพอ
แหล่งข่าวอีกแห่งรายงานว่า อาร์โน แอนท์ลิตซ์ ประธานฝ่ายการเงินและฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่ม เตือนว่าบริษัทไม่สามารถเสียเวลาได้อีกและต้องลงมือให้เร็วและเด็ดขาด คำเตือนนี้ออกมาหลังจากกลุ่มรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสสามที่ 5.9 พันล้านยูโร ($6.5 billion) ซึ่งเป็นผลขาดทุนรายไตรมาสที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ Dieselgate ในปี 2015 สาเหตุประกอบด้วยการตัดมูลค่าการลงทุนในหุ้นของ Porsche ยอดขายที่อ่อนตัวในจีน และอัตรากำไรของรถไฟฟ้าที่ลดลง
ผลกระทบต่อโรงงาน Wolfsburg
ในบันทึกภายในที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เห็น โทมัส แชเฟอร์ ซีอีโอของแบรนด์ Volkswagen ระบุว่าโรงงาน Wolfsburg ยังขาดเป้าหมายการลดต้นทุนอยู่ประมาณ 300 ล้านยูโร ($334.5 million) บันทึกยังระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ง่ายเลย เพราะรู้ดีว่ารถกอล์ฟมีความหมายต่อเมืองและโรงงานแห่งนี้มากเพียงใด
ไทม์ไลน์ที่ยังไม่ชัดเจน
แผนเดิมของ Volkswagen คือเปิดตัวรถกอล์ฟไฟฟ้าในปี 2028 แต่ต่อมาแชเฟอร์ยืนยันว่ารุ่นนี้จะล่าช้าไปใกล้ปี 2030 เขาระบุว่าสาเหตุเกิดจากแพลตฟอร์ม SSP หรือ Scalable Systems Platform ที่พัฒนาร่วมกับ Rivian ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ ID. Golf จะเป็นหนึ่งในรถรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้
สภาพนักงานของ Volkswagen ระบุว่าการพักงานครั้งนี้จะไม่ทำให้การเปิดตัวรถกอล์ฟไฟฟ้าล่าช้าเพิ่ม และจะพยายามชดเชยเวลาที่เสียไป รายงานฉบับหนึ่งระบุว่ายังคงคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2030 และการผลิตจะเริ่มใกล้ปลายทศวรรษนี้ที่โรงงาน Wolfsburg ส่วนรถกอล์ฟเครื่องยนต์สันดาปจะย้ายการผลิตไปที่เม็กซิโกในปี 2027
อย่างไรก็ตาม รายงานอีกฉบับประเมินว่า ID. Golf อาจออกสู่ท้องถนนในช่วงทศวรรษ 2030 ซึ่งหมายความว่าความแตกต่างของกำหนดการยังไม่ชัดเจนนัก ผู้อ่านควรติดตามข่าวความคืบหน้าจากทางการของบริษัทต่อไป
ภาพรวมการลดขนาดของกลุ่ม
นอกจากรถกอล์ฟไฟฟ้าแล้ว กลุ่ม Volkswagen ยังประกาศแผนลดขนาดหลายส่วนในหลายปีข้างหน้า โดยจำนวนรุ่นรถในกลุ่มจะลดลงราวครึ่งหนึ่ง ส่วนจำนวนพนักงานจะถูกลดลงอีกสูงสุด 50,000 คน รวมแล้วมีการลดงานราว 100,000 ตำแหน่งนับตั้งแต่ปี 2024 ตัวเลขนี้ไม่ตรงกับบางแหล่งข่าวที่ระบุว่าแผนลดพนักงานทั้งกลุ่มอยู่ที่ 100,000 คนในรอบข้างหน้า จึงควรพิจารณาตัวเลขนี้ประกอบกับบริบทของแต่ละแหล่ง
ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2026 ผลประกอบการของกลุ่มส่วนใหญ่เป็นลบเมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิลดลง 67% เหลือ 1.434 พันล้านยูโร ($1.60 billion) กำไรจากการดำเนินงานลดลง 8.3% เหลือ 4.326 พันล้านยูโร ($4.825 billion) ส่วนรายได้ลดลง 0.5% เหลือ 106.417 พันล้านยูโร ยอดขายรวมลดลง 0.5% เหลือ 3,753,000 คัน และอัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงจาก 4.4% เป็น 4.1%
เมื่อแยกดูแบรนด์ Volkswagen Passenger Cars ยอดขายลดลง 1.8% รายได้จากการขายลดลง 3% กำไรจากการดำเนินงานแย่ลง 45% และอัตรากำไรลดลง 44%
สรุปคือการพักการพัฒนา ID. Golf เป็นสัญญาณว่า Volkswagen กำลังจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนใหม่ท่ามกลางแรงกดดันด้านกำไรและต้นทุน โดยรถไฟฟ้ารุ่นนี้ยังคงมีกำหนดเปิดตัวในปี 2030 ตามบางแหล่งข่าว แต่ยังมีความไม่ชัดเจนเรื่องระยะเวลา และรายละเอียดการลดพนักงานยังต้องติดตามต่อไป
ที่มา: Carscoops, Electrek, InsideEVs, Motor1



