เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

คาดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ EV สูงสุด 35% เตรียมเข้า ครม. 3 พ.ย. นี้

มีรายงานว่ากระทรวงการคลังจะเสนออัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปใหม่ต่อ ครม. ในวันที่ 3 พ.ย. โดยรถ EV อาจเสียภาษีสูงสุด 35%

29 ต.ค. 2569, 02:28 น.

35%อัตราภาษีสรรพสามิต EV สูงสุดที่คาด
30%อัตราสูงสุดเดิม
1 ม.ค. 2570วันมีผลบังคับใช้ที่คาดการณ์
สเปกทั้งหมด
อัตราภาษีสรรพสามิต EV สูงสุดที่คาด
35 %
อัตราสูงสุดเดิม
30 %
กระแสข่าวก่อนหน้า
32 %
วันเสนอ ครม.
3 พ.ย. 2569
วันมีผลบังคับใช้ที่คาดการณ์
1 ม.ค. 2570

กระแสข่าวในวงการรถยนต์ระบุว่า อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าอาจปรับเพิ่มสูงสุดเป็น 35% จากเพดานเดิมที่ 30% โดยมีแผนนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันที่ 3 พ.ย. ตามรายงานของ Autolife Thailand ซึ่งอ้างแหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรม

การปรับโครงสร้างภาษีรอบนี้เริ่มจากการที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยยึดแนวคิดให้ภาษีสอดคล้องกับประโยชน์ที่แต่ละค่ายสร้างให้ประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคยระบุว่าจะให้การปรับโครงสร้างเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 แต่การเสนอเรื่องถูกเลื่อนมาแล้ว 2 ครั้งนับตั้งแต่เดือนกันยายน

หลักการ 5 ด้านของโครงสร้างใหม่

โครงสร้างภาษีใหม่ตั้งอยู่บนหลักการ 5 ด้าน ประกอบด้วย การผูกเงื่อนไขการนำเข้ากับการลงทุนผลิตจริงในประเทศ การผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมส่งเสริมการจ้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานไทย การสร้างเงื่อนไขการแข่งขันที่เท่าเทียมระหว่างรถที่ผลิตในประเทศกับรถนำเข้า และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น

ในทางปฏิบัติ อัตราภาษีจะแตกต่างกันตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ผู้นำเข้ารถ EV ที่ไม่มีโรงงานผลิตในไทยจะเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น หรืออัตราสูงสุดซึ่งคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 35% ส่วนผู้ผลิตที่มีโรงงานในไทยและจำเป็นต้องนำเข้ารถบางรุ่นเพื่อทำตลาดเพิ่มเติม กระทรวงการคลังจะกำหนดปริมาณการนำเข้า โดยพิจารณาจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตสร้างในไทย ไม่ได้คำนวณจากจำนวนการผลิตรายคัน

สำหรับรถ EV ที่ผลิตในประเทศ หากใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับปานกลาง ซึ่งยังไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญที่ผลิตในไทยได้ โดยเฉพาะรถกลุ่มพรีเมียมที่ผลิตในปริมาณไม่มาก จะได้อัตราภาษีต่ำกว่า ส่วนรถที่ผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับสูง โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ จะได้อัตราต่ำที่สุด แนวทางนี้ตั้งขึ้นเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตขยายฐานการผลิตและใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศมากขึ้น

ค่ายรถรอความชัดเจน

แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์ระบุว่า ค่ายรถแทบทุกรายยังรอความชัดเจนจากภาครัฐ ทั้งรายละเอียดของโครงสร้างภาษีและกำหนดเวลาบังคับใช้ เพราะเรื่องนี้กระทบแผนการทำธุรกิจของแต่ละค่ายโดยตรง ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยระบุว่าจะเริ่มใช้โครงสร้างใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2567 แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ ขณะที่ภาคเอกชนเหลือเวลาเตรียมตัวเพียง 2 เดือน

แหล่งข่าวเห็นว่าเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและระยะเวลาผ่อนผันที่ยังไม่ชัดเจน มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของค่ายรถที่ต้องการเข้ามาตั้งโรงงานอย่างมาก เพราะไม่สามารถคำนวณต้นทุนและความคุ้มค่าได้ ประกอบกับการขอโควตานำเข้าและการใช้โรงงานในไทยเป็นฐานส่งออกยังเป็นเรื่องยากในปัจจุบัน เนื่องจากแต่ละประเทศมีกำแพงภาษีของตนเอง

อีกด้านหนึ่ง มีความเห็นว่าการขึ้นภาษีเพื่อจูงใจให้ค่ายรถมาลงทุนเพิ่มในไทยเป็นเรื่องที่ดี แต่ตลาดในประเทศไม่ได้มียอดขายสูงมากนัก การลงทุนที่พึ่งเพียงตลาดภายในอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีการส่งออกควบคู่ไปด้วย และรัฐควรมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนให้มากกว่าเดิม พร้อมปรึกษาหารือกับผู้ผลิตก่อนและเปิดเวลาให้ศึกษาการลงทุนล่วงหน้า เพราะการตั้งโรงงานต้องใช้เวลาวางแผนเป็นปี

ความคืบหน้าล่าสุด

ข้อมูลล่าสุดที่ Autolife Thailand ได้รับ ระบุว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีการเสนออัตราภาษีสรรพสามิตใหม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 3 พ.ย. 2569 โดยอัตราสูงสุดจะเพิ่มเป็น 35% ซึ่งแตกต่างจากกระแสข่าวก่อนหน้าที่ระบุไว้ที่ 32% ส่วนเงื่อนไขการมีผลบังคับใช้ยังคงตามที่คาดไว้ก่อนหน้า คือวันที่ 1 ม.ค. 2570

ตัวเลขทั้งหมดยังเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าวและการรายงานของสื่อ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จึงต้องติดตามต่อไปว่าการเสนอเข้าที่ประชุม ครม. จะเกิดขึ้นตามกำหนดหรือมีการเลื่อนออกไปหรือไม่

ที่มา: Autolife Thailand

ข่าวล่าสุด