เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

ขบวนการลักลอบนำรถข้ามโขงที่เชียงรายยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

รายงานพบการลำเลียงรถที่ถูกโจรกรรม รถหลุดจำนำ และรถตลาดมืดข้ามแม่น้ำโขงฝั่งเชียงราย ขณะที่มีการจับกุมและยึดรถจักรยานยนต์บางส่วน

2 พ.ย. 2569, 09:12 น.

ไม่ต่ำกว่า 10คันจำนวนรถที่ขนข้ามในช่วงปลายเดือนตุลาคม
1,000 ถึง 3,000บาทค่าจ้างขนรถต่อคัน
300,000 ถึง 500,000บาทราคาซื้อขายรถที่นิยมขนต่อคัน
180กิโลเมตรความยาวแนวชายแดนฝั่งเชียงราย
สเปกทั้งหมด
จำนวนรถที่ขนข้ามในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ไม่ต่ำกว่า 10 คัน
ค่าจ้างขนรถต่อคัน
1,000 ถึง 3,000 บาท
ราคาซื้อขายรถที่นิยมขนต่อคัน
300,000 ถึง 500,000 บาท
ความยาวแนวชายแดนฝั่งเชียงราย
180 กิโลเมตร
จุดลงรถที่ใช้ลักลอบส่งออก
มากกว่า 10 จุด
จำนวนแก๊งที่ดำเนินการ
ราว 2 แก๊ง
รถจักรยานยนต์ที่ยึดได้ในเหตุที่อำเภอเทิง
4 คัน
ระยะห่างจากเขตชายแดนของกลุ่มที่ถูกจับ
50 เมตร

รายงานจากผู้จัดการออนไลน์ระบุว่า ขบวนการลักลอบนำรถข้ามแม่น้ำโขงบริเวณชายแดนไทยกับ สปป.ลาว ในจังหวัดเชียงรายยังคงดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 แม้จะมีการเฝ้าระวังจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้วก็ตาม

รถที่ถูกลำเลียงมีทั้งรถที่ถูกโจรกรรม รถที่หลุดจำนำ และรถที่ซื้อขายกันในตลาดมืด โดยการส่งออกไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ซึ่งเป็นการนำรถออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย

รูปแบบการดำเนินการ

จากข้อมูลในรายงาน ขบวนการดังกล่าวมีราวสองแก๊ง โดยใช้สถานที่ที่ทำเป็นกิจการอื่นเป็นฉาก เช่น รีสอร์ต เป็นจุดพักรถก่อนจะติดต่อกับตลาดปลายทางในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อตกลงกันได้ จึงนัดหมายให้เรือเล็กเข้ามารับรถที่ริมฝั่งโขง

ก่อนนำรถออกจากจุดพัก กลุ่มดังกล่าวจะว่าจ้างบุคคลให้ขับรถออกไปยังจุดลงเรือในวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด โดยค่าจ้างอยู่ที่คันละประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางว่าใกล้หรือไกล

จุดข้ามที่พบล่าสุด

ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 พบร่องรอยการลักลอบส่งออกรถบริเวณดอยย่าม่อน ซึ่งอยู่ติดทางหลวงหมายเลข 1155 สายเลียบแม่น้ำโขงเชียงของถึงเวียงแก่น ในพื้นที่ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ ก่อนถึงเขตอำเภอเวียงแก่นเพียงเล็กน้อย

แหล่งข่าวระบุว่ามีการขนรถข้ามจุดนี้ไม่ต่ำกว่า 10 คัน โดยอาศัยช่วงกลางคืนที่คนพบเห็นน้อย รถจะถูกขับจากจุดพักไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขงบนทางดินลูกรังและพงหญ้า จนเกิดเป็นร่องรอยรถลงสู่แม่น้ำ จากนั้นเรือเล็กจะรับรถข้ามไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งอยู่ฝั่ง สปป.ลาว

นอกจากจุดนี้ รายงานยังระบุว่ามีจุดอื่นที่ใช้ลักลอบส่งออกตลอดแนวตั้งแต่เขตอำเภอเชียงของถึงอำเภอเชียงแสน และต่อเนื่องไปจนถึงเขตอำเภอเวียงแก่นและตำบลหล่ายงาว รวมแล้วมีจุดลงรถกว่า 10 จุด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่ชายแดน

รถจักรยานยนต์ก็เป็นเป้าหมาย

นอกจากรถยนต์ รายงานยังพบความพยายามลักลอบส่งออกรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง เมื่อค่ำวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทหารพรานในพื้นที่ได้รับแจ้งเหตุที่บ้านปากอิงใต้ อำเภอเชียงของ และเข้าไปตรวจสอบ แต่กลุ่มดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่เสียก่อนจึงทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ 2 คัน แล้วหลบหนีไป

ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ทหารพรานยังพบบุคคลต้องสงสัย 4 คน กำลังลำเลียงรถจักรยานยนต์ 4 คัน ที่บ้านร่มโพธิ์ทอง อำเภอเทิง ซึ่งอยู่ห่างจากเขตชายแดนเพียงประมาณ 50 เมตร เมื่อเข้าตรวจสอบ ทั้งหมดวิ่งหนี เจ้าหน้าที่จับกุมได้ 2 คน และยึดรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 คัน ซึ่งไม่มีเอกสารคู่มือรถและหลักฐานผู้ถือครอง

ข้อจำกัดในการควบคุม

รายงานชี้ว่า พื้นที่ชายแดนฝั่งเชียงรายยาวถึง 180 กิโลเมตร มีถนนเลียบชายแดนอยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำโขง และอยู่ห่างจากชุมชนหนาแน่น ทำให้การควบคุมทำได้ยาก ประกอบกับการลักลอบดำเนินการในเวลากลางคืน

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานได้เข้าตรวจตราตามแนวชายแดน ทั้งหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง กองกำลังผาเมือง และตำรวจในพื้นที่ แต่รายงานระบุว่าไม่อาจสกัดขบวนการได้เต็มที่

ข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ในพื้นที่มีข่าวลือว่า การจ่ายเงินให้ผ่านทางตลอดเส้นทางสามารถทำได้ครบทุกคัน โดยมีเพียงบางหน่วยงานที่ไม่เข้าร่วม ข้อมูลส่วนนี้เป็นเพียงการเล่าต่อจากกระแสข่าว และยังไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันในรายงานฉบับนี้

โดยรวมแล้ว การลักลอบนำรถข้ามโขงยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่สิ้นสุด และยังต้องติดตามความคืบหน้าของการปราบปรามในพื้นที่ต่อไป

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด