เกียร์ว่าง
EV

รีวิว Mazda CX-6e เลือกรุ่นย่อยไหนดี Premium หรือ Premium Sport

รีวิว Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้าจากมาสด้า เทียบรุ่นย่อย Premium กับ Premium Sport ทั้งราคา ระยะทางวิ่ง และอุปกรณ์ที่ต่างกัน

1 พ.ย. 2569, 18:13 น.

รีวิว Mazda CX-6e เลือกรุ่นย่อยไหนดี Premium หรือ Premium Sport รูปที่ 1
รีวิว Mazda CX-6e เลือกรุ่นย่อยไหนดี Premium หรือ Premium Sport รูปที่ 2
รีวิว Mazda CX-6e เลือกรุ่นย่อยไหนดี Premium หรือ Premium Sport รูปที่ 3
รีวิว Mazda CX-6e เลือกรุ่นย่อยไหนดี Premium หรือ Premium Sport รูปที่ 4
รีวิว Mazda CX-6e เลือกรุ่นย่อยไหนดี Premium หรือ Premium Sport รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Chanokchon / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
1,259,000บาทราคา Premium
1,299,000บาทราคา Premium Sport
555กม.ระยะทางวิ่ง รุ่น Premium
524กม.ระยะทางวิ่ง รุ่น Premium Sport
สเปกทั้งหมด
ราคา Premium
1,259,000 บาท
ราคา Premium Sport
1,299,000 บาท
ระยะทางวิ่ง รุ่น Premium
555 กม.
ระยะทางวิ่ง รุ่น Premium Sport
524 กม.
ความจุแบตเตอรี่ LFP
77.9 kWh
กำลังสูงสุด รุ่นท็อป
258 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด รุ่นท็อป
290 นิวตัน-เมตร
หน้าจอสัมผัส
26.45 นิ้ว
หลังคา Panoramic Glass Roof
1.05 ตารางเมตร
อัตราบริโภคพลังงานที่ผู้รีวิววัดได้ รุ่นท็อป
17 kWh/100 กม.
ส่วนต่างราคาระหว่างสองรุ่นย่อย
40,000 บาท

Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้าเริ่มวางจำหน่ายที่โชว์รูมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม โดยต่อยอดจากโมเดลก่อนหน้าอย่าง Mazda 6e ที่ผลิตในเมืองนานจิง ประเทศจีน เช่นเดียวกัน ผู้รีวิวระบุว่า CX-6e ใช้พื้นฐานจาก Deepal S07 ซึ่งมาสด้าพัฒนาร่วมกับพันธมิตรอย่างฉางอาน เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและยังคงความเป็นรถมาสด้า

นอกจากนี้ มาสด้ายังประกาศว่ากำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองด้วย โดยมีแผนผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูงและผลิตรถรุ่นนี้ที่โรงงานฮิโรชิมา คาดว่าจะวางขายภายในสองถึงสามปี ส่วนในไทยมีโรงงาน AAT ที่ร่วมทุนกับฟอร์ด และมีโครงการ Mazda CX-3 โมเดลเปลี่ยนแปลงที่ใช้ระบบไมลด์ไฮบริด เตรียมเปิดตัวในปี 2570 ก่อนส่งกลับไปขายในญี่ปุ่น

สองรุ่นย่อยและราคา

การทำตลาดของ CX-6e แบ่งเป็นสองรุ่นย่อย ได้แก่ Premium ราคา 1,259,000 บาท และ Premium Sport ราคา 1,299,000 บาท ซึ่งมีราคาต่างกัน 40,000 บาท ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขนาดล้ออัลลอย โดยรุ่น Premium ใช้ล้อ 19 นิ้ว ส่วนรุ่น Premium Sport ใช้ล้อ 21 นิ้ว รุ่นท็อปยังได้ภายในโทนสีขาวและม่วง กระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัล และระบบเบาะอุ่นกับเบาะเย็นสำหรับผู้โดยสารคู่หลัง

ระยะทางวิ่งจากการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งอยู่ที่ 555 กิโลเมตรสำหรับรุ่น Premium และ 524 กิโลเมตรสำหรับรุ่น Premium Sport ผู้รีวิวอธิบายว่าความต่างนี้มาจากขนาดล้อและยาง ส่วนแบตเตอรี่เป็นชนิด LFP ความจุ 77.9 kWh ซึ่งเป็นสเปกเดียวกันทั้งสองรุ่นและเหมือนกับ Mazda 6e

ภายในและอุปกรณ์

หน้าจอสัมผัสขนาด 26.45 นิ้ววางลอยเหนือคอนโซลกลางและด้านหน้าผู้โดยสาร มีอัตราส่วนภาพ 32:9 และความละเอียด 201 พิกเซลต่อนิ้ว นอกจากนี้ยังมีจอ Head-Up Display ที่ฉายข้อมูลสำคัญไปยังกระจกบังลมหน้า ทั้งสองรุ่นมีหลังคาแบบ Panoramic Glass Roof ขนาด 1.05 ตารางเมตร ที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า

ผู้รีวิวระบุว่าห้องโดยสารเก็บเสียงรบกวนได้ดี ส่วนกระจกมองข้างดิจิทัลจะใช้กล้องจับภาพแล้วแสดงผลบนจอที่มุมแผงประตู การใช้งานจริงต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร โดยอาจต้องขับรถเกิน 100 กิโลเมตรหรือราวหนึ่งถึงสองวันจึงจะคุ้นเคย หากต้องเปลี่ยนกระจกดิจิทัลในภายหลัง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราวหมื่นกลางๆ ไม่ถึงสองหมื่นบาท

สมรรถนะและการขับขี่

รุ่นท็อปให้กำลัง 258 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วงล่างของรุ่นท็อปค่อนข้างแข็งและให้ความรู้สึกตึงมือ ส่วนระบบเบรกรีเจเนอเรทีฟถูกตั้งให้หน่วงแรงกว่า Mazda 6e ผู้รีวิวมองว่าโดยรวมยังไม่กลมกล่อมนัก ระหว่างการทดสอบรุ่นท็อปวัดอัตราบริโภคพลังงานได้ 17 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร

การออกแบบอากาศพลศาสตร์ของรถเป็นจุดเด่นอีกด้าน ทั้งกระจังหน้า ซุ้มล้อ ช่องการไหลของอากาศบนฝากระโปรงหน้า และเสาซี ถูกออกแบบเพื่อจัดการกระแสลม ช่วยให้รถทรงตัวดีขึ้นและลดอัตราการใช้พลังงานได้บางส่วน

ข้อสรุปสำหรับผู้สนใจ

ผู้รีวิวแนะนำให้ลองขับก่อนตัดสินใจซื้อ และมองว่าการเลือกรุ่นย่อยขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวเป็นหลัก ผู้ที่ไม่ชอบภายในสีม่วง ไม่มั่นใจกระจกมองข้างดิจิทัล หรือไม่ต้องการล้อ 21 นิ้ว อาจเลือกรุ่น Premium ได้ตรงกว่า ข้อมูลยอดจองระบุว่ามีจำนวน 1,000 คัน และแบ่งเป็นสัดส่วนเท่ากันที่ 50:50 ระหว่างสองรุ่นย่อย ผู้สนใจควรเปรียบเทียบราคาและอุปกรณ์กับความต้องการของตนก่อนตัดสินใจ

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด