เกียร์ว่าง
รถใหม่

Isuzu เปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรไบเทอร์โบ 204 แรงม้า ชิงตลาดรถกระบะดีเซล

Isuzu เปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรไบเทอร์โบ 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ตั้งเป้าแข่งขันกับเครื่อง 2.8 ลิตรของ Toyota ในตลาดรถกระบะดีเซลไทย

1 พ.ย. 2569, 18:11 น.

204แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาทีกำลังสูงสุด (2.2 ไบเทอร์โบ)
500นิวตันเมตรแรงบิดสูงสุด (2.2 ไบเทอร์โบ)
สเปกทั้งหมด
กำลังสูงสุด (2.2 ไบเทอร์โบ)
204 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (2.2 ไบเทอร์โบ)
500 นิวตันเมตร
ช่วงรอบแรงบิดสูงสุด (2.2 ไบเทอร์โบ)
1,600 ถึง 2,600 รอบต่อนาที
กำลังสูงสุด (2.2 ปี 2024)
163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (2.2 ปี 2024)
400 นิวตันเมตร
กำลังสูงสุด (1.9 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์)
150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (1.9 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์)
350 นิวตันเมตร
กำลังสูงสุด (3.0 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์)
190 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด (3.0 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์)
450 นิวตันเมตร
ภาษีประจำปี (รุ่น 2.2 ไบเทอร์โบ)
3,500 บาท
ภาษีประจำปี (รุ่น 3.0 และ 2.8 ของ Toyota)
5,600-6,800 บาท

Isuzu เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตรแบบไบเทอร์โบ ชื่อเต็มคือ 2.2 ดีดีไอ แม็กซ์ฟอร์ซ ไบเทอร์โบ (2.2 Ddi MAXFORCE Bi-Turbo) เครื่องนี้ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ทางค่ายระบุว่าออกแบบมาเพื่อให้ทั้งกำลังและการประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ตามนโยบายของภาครัฐ

ก่อนหน้านี้ Isuzu เป็นที่รู้จักจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่มีความจุไม่มาก แต่ให้แรงพอใช้งาน รุ่นที่ได้รับความนิยมในไทยคือ 1.9 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์ ให้กำลัง 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 350 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,800 ถึง 2,600 รอบต่อนาที ส่วนรุ่น 3.0 ลิตรให้กำลัง 190 แรงม้า และแรงบิด 450 นิวตันเมตร เครื่อง 1.9 ลิตรมีผู้วิจารณ์เรื่องอาการรอรอบขณะเร่งออกตัว จึงมีการพัฒนาต่อเป็นเครื่อง 2.2 ลิตรเทอร์โบเดี่ยวแบบแปรผันในปี 2024 ที่ให้กำลัง 163 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร พร้อมเปลี่ยนจากเกียร์ 6 จังหวะเป็น 8 จังหวะ ซึ่งช่วยให้การทดเกียร์ต่อเนื่องขึ้น ออกตัวดีขึ้น และประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น 10%

ระบบเทอร์โบคู่

หลังจาก Toyota เปิดตัวรถกระบะรุ่น Revo และ Travo ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.8 ลิตรเทอร์โบแปรผัน ให้กำลัง 204 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร Isuzu จึงเลือกไม่เพิ่มความจุ แต่ปรับระบบอัดอากาศใหม่เป็นเทอร์โบสองลูก ลูกเล็กแบบแปรผันทำงานในช่วงแรงดันต่ำ เมื่อแรงดันสูงขึ้นจะส่งการทำงานต่อให้เทอร์โบลูกใหญ่ ผลคือแรงบิดเพิ่มขึ้น 25% เป็น 500 นิวตันเมตร และช่วงรอบที่แรงบิดสูงกว่าเดิมกว้างขึ้นเล็กน้อย ที่ 1,600 ถึง 2,600 รอบต่อนาที

เทียบกับคู่แข่งและรุ่นเดิม

จากข้อมูลของ Isuzu เครื่องใหม่มีสมรรถนะใกล้เคียงกับเครื่อง 2.8 ลิตรของคู่แข่ง และสามารถใช้แทนเครื่อง 3.0 ลิตรได้ เพราะมีกำลังและแรงบิดสูงกว่า ทางค่ายระบุว่าอัตราเร่งแซงในช่วง 80 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วขึ้น 12% และอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วขึ้น 5% เมื่อเทียบกับรุ่น 3.0 ลิตร ส่วนการประหยัดน้ำมันดีกว่ารุ่น 3.0 ลิตรอยู่ 8% ทั้งนี้ ผลส่วนหนึ่งมาจากการที่รุ่น 3.0 ยังใช้เกียร์ 6 จังหวะ ขณะที่รุ่นไบเทอร์โบใช้เกียร์ 8 จังหวะที่มีอัตราทดชิดกว่า

ภาษีประจำปี

เรื่องภาษีรถยนต์ประจำปีคำนวณตามความจุกระบอกสูบ สำหรับการจดทะเบียนแบบรถนั่งส่วนบุคคล รุ่น 3.0 ลิตรและรุ่น 2.8 ลิตรของ Toyota ต้องจ่ายภาษีรายปีอยู่ในช่วง 5,600-6,800 บาท ขณะที่รุ่น 2.2 ลิตรไบเทอร์โบจ่ายเพียง 3,500 บาท จุดนี้ทำให้รุ่นใหม่ของ Isuzu ได้เปรียบในด้านค่าใช้จ่ายต่อปี

โดยภาพรวม การแข่งขันระหว่างสองค่ายในกลุ่มรถกระบะและเอสยูวีดีเซลน่าติดตาม รุ่น 2.8 ลิตรของ Toyota เสียเปรียบเรื่องภาษีเล็กน้อย แต่มีสมรรถนะดีและทนทาน ส่วนรุ่นใหม่ของ Isuzu ได้เปรียบเรื่องภาษีที่ต่ำกว่า พร้อมเกียร์ 8 จังหวะที่ช่วยให้ขับได้นุ่มนวลและประหยัด สำหรับผู้ที่ใช้งานออฟโรดหนัก ความเห็นในข่าวระบุว่าเครื่อง 3.0 ลิตรเทอร์โบเดี่ยวและเกียร์ 6 จังหวะเดิมยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะเป็นเครื่องที่ทนทานในสภาพการใช้งานที่หนัก ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานของตนเองก่อนตัดสินใจ

ที่มา: เดลินิวส์

ข่าวล่าสุด