ค่ายรถ EV จีนหันสู่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ผลลัพธ์ในสองตลาดต่างกันมาก
ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนขยายโฟกัสมาที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น BYD ทำยอดได้ดีในเกาหลีใต้ แต่ตลาดญี่ปุ่นยังเติบโตช้าและผู้บริโภคยังระแวดระวัง
1 พ.ย. 2569, 18:17 น.
สเปกทั้งหมด
- สัดส่วนยอดขายรถอีวีในเกาหลีใต้ปีนี้
- 25 %
- สัดส่วนยอดขายรถอีวีในญี่ปุ่นปีนี้
- 3 %
- ยอดขาย BYD ในเกาหลีใต้ช่วงเก้าเดือนแรก
- 20,000 คัน
- ส่วนแบ่งยอดขายรถนั่งของแบรนด์ต่างชาติในญี่ปุ่น
- 6 %
- ตัวแทนจำหน่าย BYD ในญี่ปุ่นปัจจุบัน
- 75 แห่ง
- ยอดขาย BYD ในญี่ปุ่นช่วงเก้าเดือนแรก
- ไม่ถึง 4,000 คัน
- ราคา BYD Dolphin ที่ผู้ซื้อในเกาหลีใต้ระบุ
- 18,500 ดอลลาร์
ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนหลายแห่งกำลังปรับทิศทางการขยายตลาดมายังเกาหลีใต้และญี่ปุ่น หลังจากเติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรปและภูมิภาคอื่นมาก่อน แนวทางหลักคือปรับรถให้ตรงกับความต้องการและรสนิยมของผู้ซื้อในแต่ละประเทศ พร้อมใช้เวลานานหลายปีในการสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่า กลยุทธ์นี้มาจากทั้งความมั่นใจในเทคโนโลยีและความจำเป็น เพราะตลาดในประเทศจีนเริ่มอิ่มตัวมากแล้ว
เกาหลีใต้ตอบรับได้ดีกว่า
ในเกาหลีใต้ BYD ทำยอดขายได้กว่า 20,000 คันในช่วงเก้าเดือนแรกของปีนี้ ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Carisyou ตัวเลขนี้สูงกว่ายอดขายรวมของ Toyota และ Lexus ในช่วงเดียวกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่า BYD เข้ามาในจังหวะที่ผู้บริโภคเกาหลีใต้หันมาสนใจรถอีวีราคาถูกมากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเกือบ 10% หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ส่วนผู้ผลิตท้องถิ่นอย่าง Hyundai และ Kia ยังเน้นรถอีวีระดับพรีเมียมที่มีราคาใกล้ 30,000 ดอลลาร์เป็นหลัก
ขณะเดียวกัน Zeekr เปิดรับคำสั่งซื้อรถเอสยูวี 7X ในเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนมิ.ย. และมีแผนเปิดโชว์รูม 14 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ส่วน Chery คาดว่าจะเข้าตลาดในปีหน้า ขณะที่ Xpeng ซึ่งตั้งสำนักงานในเกาหลีใต้เมื่อปีก่อน กำลังหาพันธมิตรมาช่วยสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย
สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เกาหลีใต้แสดงความกังวลต่อความเคลื่อนไหวของค่ายรถจีน และเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการภาษีจูงใจสำหรับรถอีวีที่ผลิตในประเทศ ข้อมูลระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นราว 25% ของยอดขายรถใหม่ในเกาหลีใต้ปีนี้ เทียบกับเพียง 3% ในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นยังเป็นโจทย์ยาก
ตลาดญี่ปุ่นท้าทายกว่ามาก แบรนด์ต่างชาติมีส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์นั่งรวมกันเพียง 6% และผู้บริโภคยังนิยมรถไฮบริด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Toyota บุกเบิกและผลักดันมาโดยตลอด BYD เริ่มขายรถในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2023 มีตัวแทนจำหน่ายกว่า 75 แห่ง และมีแผนเพิ่มเป็น 100 แห่ง แต่ยอดขายในช่วงเก้าเดือนแรกของปีนี้ยังไม่ถึง 4,000 คัน
ในเดือนก.ค. BYD เปิดตัวรถอีวีทรงกล่องขนาดจิ๋วเพื่อเจาะกลุ่ม kei car ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กของญี่ปุ่นที่ผู้ผลิตท้องถิ่นครองตลาดอยู่ ยอดขายจนถึงเดือนก.ย. อยู่ราว 650 คัน ด้าน EMT สตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจาก Chery วางแผนเปิดตัว kei car ในครึ่งแรกของปีหน้า เพิ่มอีก 3 รุ่นภายในปี 2029 และพิจารณาตั้งสายการผลิตในญี่ปุ่นภายในทศวรรษ 2030 ส่วน folofly ตัวแทนจำหน่ายของ Zeekr ก็มีแผนเปิดตัวรถตู้ระดับหรู โดยระยะแรกจะเน้นกลุ่มฟลีตแท็กซี่และบริการรถเช่าพร้อมคนขับ
ความไว้วางใจของผู้บริโภค
ความรู้สึกต่อประเทศจีนก็มีผลต่อการตัดสินใจเช่นกัน การสำรวจของ Pew Research Center ระบุว่า คนญี่ปุ่น 88% และคนเกาหลีใต้ 71% มองจีนในทางลบ ความสัมพันธ์ระหว่างโตเกียวกับปักกิ่งตึงเครียดมากขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อจีน สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครัฐบาลรายหนึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากรถจีนที่สามารถควบคุมจากระยะไกลได้
โฆษก BYD Auto Japan ยืนยันว่า ความตึงเครียดทางการทูตไม่ได้ส่งผลกระทบเป็นพิเศษต่อยอดขาย รวมถึงจำนวนลูกค้าที่เข้ามาชมโชว์รูมหรือสอบถามข้อมูล ขณะที่ผู้ใช้อีวีญี่ปุ่นบางรายยังไม่ไว้ใจรถจีนและไม่คิดจะซื้อในเร็ววันนี้
ในกรุงโซล ผู้สร้างคอนเทนต์รายหนึ่งตัดสินใจซื้อ Dolphin ของ BYD ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมองรถจีนในแง่บวก เขาระบุว่า Hyundai Casper EV ที่เป็นเป้าหมายแรกต้องรอนานกว่า 2 ปี ส่วน Dolphin มีอุปกรณ์ครบและมีราคา 18,500 ดอลลาร์ เขาบอกว่าการได้เห็นรถจริงและได้ลองขับทำให้ความคิดเปลี่ยนไปมาก
ยังไม่ชัดเจนว่าผู้บริโภคญี่ปุ่นจะยืนยันปฏิเสธรถจีนต่อไป หรือจะค่อย ๆ ก้าวข้ามความระแวงเหมือนที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์







